<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผู้ว่าฯสกุลธี ลั่น &#039;ชุมพล-พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล&#039; ไม่ว่าจะสถานะไหนเพื่อนกันตลอดไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 - ภายหลัง นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์, นายอิสสระ สมชัย , นายถาวร เสนเนียม , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ, เรือตรีแซมดิน &amp;nbsp;เลิศบุศย์ ถูกปล่อยตัวพ้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯวานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. หนึ่งในจำเลยคดี กปปส. ชุดแรกที่ศาลอาญายกฟ้องเมื่อ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2562 ได้โพสต์รูปภาพร่วม นายชุมพล จุลใส ,นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งทั้ง 3 พ้นที่ความเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี พร้อมโพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ไม่ว่าจะสถานะไหนเพื่อนกันตลอดไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94404</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ชุมพล จุลใส, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, สกลธี ภัททิยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_603993e102b12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;หนุน&#039;ดีป้า&#039;ใช้ดิจิทัลลดความเหลื่อมล้ำชี้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 2.1 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.2564 นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เพื่อผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งสำนักงานเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้พัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลให้กับนักเรียน นักศึกษา และแรงงานในภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกระดับทั้งแรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล &amp;nbsp;โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2561 - 2564 สามารถสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การพัฒนากำลังคนและเพิ่มศักยภาพบุคลากรดิจิทัลของประเทศ ทั้ง Reskill และ Upskill และการเพิ่มทักษะใหม่ด้านดิจิทัลสำหรับวัยเรียนและผู้สูงอายุเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (New skill) ผ่าน Digital Platform&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้เปิดหลักสูตรสร้างผู้บริหารขององค์กรรัฐและเอกชน กว่า 500 ราย, ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data ภาครัฐ (Train the Trainer) กว่า 3,000 ราย, การยกระดับคุณภาพและความเชี่ยวชาญกำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล กว่า 60,000 ราย, สร้างความตระหนัก ด้าน Cyber Security และกฎหมาย กว่า 7,500 ราย, การพัฒนาทักษะ Cybersecurity ขั้นสูงเพื่อเข้าสู่สายงาน White Hackers กว่า 200 ราย, สร้างกำลังคนด้านดิจิทัลในสาขาขาดแคลนร่วมกับภาคอุตสาหกรรม 23 ราย, พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านโค้ดดิ้งแห่งศตวรรษที่ 21 (Coding School Champion) กว่า 100 โรงเรียน, เยาวชนทั่วประเทศ ด้าน Coding และ Stem ไม่ต่ำกว่า 17,000 ราย/ปี, บุคลากรทางการศึกษา กว่า 4,000 ราย นำร่องให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิต สร้างมูลค่าการลงทุนราว 2,300 ล้านบาท รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป กว่า 3 ล้านราย เรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชน สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ผ่าน digital platform ได้สะดวกและตลอดเวลา ทำให้มีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะใหม่ๆ ในการสร้างงานสร้างอาชีพ นำไปสู่การต่อยอด หรือ ริเริ่มธุรกิจบริการด้านดิจิทัล สร้างการแข่งขันกับนานาประเทศได้ &amp;nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างผู้บริหารองค์กรรัฐและเอกชน เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,250 ล้านบาท (ข้อมูลผลการสำรวจและประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (Impact) จากการดำเนินงานโครงการสำคัญของ สศด. โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลอย่างครบวงจร ขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจดิจิทัล และผลักดันกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สนับสนุนผู้ประกอบการ หาบแร่แผงลอย เกษตรกร ชุมชน ประชาชน ได้เข้าถึงและได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลจาก Digital Startup ไทยอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เกิดโครงการ Drone University เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle - UAV) หรือ Drone นำไปสู่การเกิดสถาบันด้าน Drone &amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้พัฒนายิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, สำนักงานเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_60336d3b382be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ-ปวิน อ่วม! &#039;พุทธิพงษ์&#039; ประเคนคดีพรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 64 - นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้กำชับกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ปท.)และกองกฎหมายฯกระทรวงดิจิทัล ให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบ ผู้กระทำความผิดโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทางสื่อสังคมออนไลน์และรวบรวมหลักฐานยื่นแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์​ กล่าวว่า โดยทางกองกฎหมายฯ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้แจ้งความเอาผิดผู้กระทำความผิด ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;มาตรา 14 ในช่วงวันที่ 4&amp;ndash;15 ม.ค.2564 รวม 11 URLs &amp;nbsp;เป็นผู้กระทำความผิดทาง Facebook 9 URLs และทาง YouTube 2 URLs พบชื่อบัญชีผู้กระทำความผิด อาทิ บัญชีเฟซบุ๊ก เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, บัญชี Pavin Chachavalpongpun(นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์)และยูทูปแชนแนล ชื่อ FAIYEN CHANNEL(วงไฟเย็น) ที่เข้าข่ายกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;มาตรา 14 โพสต์พาดพิงสถาบันหลักของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ปท.สรุปคำสั่งศาล ในช่วงเดียวกัน พบมีการกระทำผิด จำนวน 9 คำสั่งศาล รวม 136 URLs(รายการ) โดยมีทั้ง Facebook, YouTube, Twitter และเว็บอื่นๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างต่อเนื่องจริงจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝากแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ขอให้ใช้วิจารณญาณในการใช้งาน ไม่โพสต์หรือแชร์ส่งต่อข้อความที่ไม่เหมาะสมเพราะจะถือเป็นการกระทำความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯด้วยเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบพิสูจน์ตัวตนได้ทั้งหมด&amp;quot; รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระบุ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;นคร มาชิน&amp;#39; โผล่วันครู ขอครูเพียงข้อเดียว!
	&amp;#39;กรณ์&amp;#39; สะดุ้ง! &amp;#39;เอ๋&amp;#39; มาแล้วโพสต์เรื่อง &amp;#39;บ่อนถูกกฎหมาย&amp;#39; ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้
	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39; ชี้เพราะมีอาจารย์แบบปิยบุตร ลูกศิษย์​ถึงได้กู่ไม่กลับ
	ไม่ไหวจะทน! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; จ่อร้องบัวแก้ว คุยรัฐบาลญี่ปุ่น ดับอาการพล่าน &amp;#39;ปวิน&amp;#39;
	&amp;#39;แรมโบ้&amp;#39; สอนมวย &amp;#39;ท่านโรม&amp;#39; เป็นส.ส.เสียเปล่า แต่กลับปกป้องคนผิดมาตรา112
	ปชป.ส่งแน่ชิงผู้ว่าฯกทม. &amp;#39;เทพไท&amp;#39; กาง 4 รายชื่อชงกรรมการบริหารพรรค
	ยุ่งล่ะสิ &amp;#39;เหวง&amp;#39; โวยใส่ &amp;#39;จตุพร&amp;#39; แต่เช้า &amp;#39;นปช.&amp;#39; ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใคร
	&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; ชูวาทะฝรั่งที่ตายไปแล้ว 102 ปี ปราศจากความคิดเสรี เท่ากับร่างไร้วิญญาณ
	เย้ยฮีโร่ 3 นิ้วสุดอ่อนหัด เทอาหารหมา-ชักธงแดงแทนธงชาติ ทำลายตัวเองล้วนๆ
	สนุกล่ะมึง! เจ้าของรางวัลกวางจู ถามตำรวจจะดำเนินคดีคนชักธงยกเลิก 112 ข้อหาอะไร

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ดีอีเอส, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_6002681b574f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 2 เดือนไม่คืบ &#039;พุทธิพงษ์&#039; จี้ตำรวจ ปอท.เร่งคดีโพสต์ละเมิดสถาบันฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค.64 - นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ปี 2563 ที่ผ่านมา ตนไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเพิกเฉยต่อกรณีการกระทำความผิดโพสต์ข้อความมีเนื้อหาและภาพไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสถาบันฯ ทางสื่อสังคมออนไลน์ &amp;nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและสารสนเทศ(ปท.) กระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งขอคำสั่งศาลส่งไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการทางกฎหมาย ไปแล้วนานกว่า 2 เดือน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสืบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พบว่าตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2563 &amp;nbsp;มีผู้โพสต์เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(3),(5) รวมทั้งสิ้น 638 URLs (รายการ) พนักงานเจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบตัวตนบุคคลแล้ว 26 บัญชี &amp;nbsp;ซึ่งได้แจ้งความให้ทาง ปอท.แล้ว และทราบว่าต้นเดือนนี้ปอท. เตรียมเรียก 9 รายมาสอบสวน ซึ่งพบว่าเป็นคนเดิมที่กระทำผิดซ้ำหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะเรียกรายอื่น ๆ ที่พิสูจน์ตัวบุคคลได้แล้วและจะเรียกพบเจ้าหน้าที่ในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ดีอีเอส ยังคงเดินหน้า แจ้งความเฟซบุ๊คและแพลตฟอร์มต่างชาติ 2 ราย ที่ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการปิดกั้นหรือลบข้อความไม่เหมาะสม ตามคำสั่งศาลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งไป รวม 7 ชุด ทั้งหมด 8,443 &amp;nbsp;URLs(รายการ) โดยFacebook มากสุด 5,494 URLs ลบข้อความบางส่วน แต่ยังคงเหลือ 2,387 URLs &amp;nbsp;และTwitter คงเหลือจำนวน 611 URLs ซึ่งเกินกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย 15 วัน โดยกระทรวงดิจิทัลฯได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ให้บริการทั้ง2 รายต่อ ปอท.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการกฎหมาย และประสานอัยการสูงสุด กรณีเฟซบุ๊ค &amp;nbsp;ที่ล่าสุด อัยการสูงสุดได้รับเป็นคดีนอกราชอาณาจักรแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88857</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.คอมพ์, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58eeb2ae4ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 ใน 6 สส.กทม.พลังประชารัฐ แจงข่าวแยกวง &#039;พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การมาตั้งกลุ่ม 6 ส.ส.ที่ประกอบด้วย ตน และ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนาส.ส.เขตคลองเตย, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี,น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ส.ส.เขตบางกะปิ และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก ก็เปรียบเหมือนบริษัทและโรงเรียนที่ต้องมีกลุ่มเพื่อนสนิท อีกทั้ง ส.ส.ทั้ง 6 คนก็นั่งประชุมสภาฯร่วมกัน บางคนทำงานในคณะกรรมาธิการเดียวกัน หรือมีพื้นที่อยู่ใกล้เคียงกันก็เกิดเป็นความสนิทสนมที่จะร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ยืนยันว่าก็ทำงานให้พรรค ไม่ได้ทิ้งไปไหน ไม่ได้ตั้งกลุ่มมาเพื่อต่อรองตำแหน่งใดๆอีกทั้งกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะทุกคนเป็นเพื่อนกัน อย่างเช่นการลงพื้นที่ในเขตของใคร คนนั้นก็จะเป็นโต้โผหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า 6 ส.ส.ตั้งกลุ่ม กทม.ขึ้นมาเป็นเอกเทศ น.ส.ธณิกานต์ กล่าวว่า มันมีกลุ่มที่สนิทกันและมีกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานร่วมกัน และไม่สนิทกันก็เท่านั้นเอง ส่วนความสัมพันธ์กับแกนนำส.ส.กทม.อย่าง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังเหมือนเดิมแต่ที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงมา อาจจะเพราะเป็นรัฐมนตรีซึ่งมีภารกิจของท่าน จึงไม่ได้มาลงพื้นที่ด้วยกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68568</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, พปชร., พลังประชารัฐ, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee450c033d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งคลังหาแพ็กเกจเยียวยาอาชีพอิสระ-ลูกจ้างรายวัน ชงครม.เคาะ17มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 63 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า รัฐบาลทราบถึงกรณีที่การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อประชาชนในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ทำงานรับจ้างที่ได้รับค่าตอบแทนรายวัน โดยหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ จะมีแนวทางที่ชัดเจนออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแนวทางการเยียวยาให้ครบถ้วน นอกเหนือจากเดิมที่ได้จัดเตรียมมาตรการ สำหรับการช่วยเหลือธุรกิจการท่องเที่ยวและเรื่องอื่นๆ โดยจะให้มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ทำงานรับจ้างที่ได้รับค่าตอบแทนรายวัน ซึ่งคนส่วนนี้จะได้รับผลกระทบหากสถานประกอบการใดต้องปิดพักการทำงานในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคดังกล่าว นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการรองรับกรณีของแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่จะลาหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด โดยจะต้องมีการตรวจคัดกรองโรคคนเหล่านี้ในช่วงที่เขาจะเข้าประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันไปประสานงานกับนายจ้างหรือผู้ประกอบการในการดำเนินการดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานในที่ประชุมว่า เชื้อไวรัสนี้จะติดตามแพร่กระจายไปเมื่อมีการเคลื่อนย้ายของบุคคลจำนวนมาก ดังนั้นหากให้มีการหยุดยาว ก็อาจจะทำให้มีกลุ่มคนจำนวนมากเดินทางไปที่ต่างๆ หรือกลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเผยแพร่เชื้อดังกล่าวไปยังพื้นที่จังหวัดต่างๆ มากขึ้น จึงควรมีแนวทางการเลื่อนวันหยุดยาวออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม มาตรการหลายๆอย่างที่ออกมาจากในการประชุมศูนย์บริหารฯ ในวันที่16 มี.ค. จะถูกนำเสนอเข้าสู่การขอความเห็นชอบจากของที่ประชุม ครม.อีกครั้งในวันที่ 17 มี.ค. ขณะเดียวกันจะมีมาตรการบางส่วนที่สามารถทำได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการปิดประเทศด้วยหรือไม่ รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวว่า สาระสำคัญจริงๆ อยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขและฝ่ายแพทย์ การประชุมทุกอย่างของเรายึดแนวทางการพิจารณาสถานการณ์จริงจากฝ่ายแพทย์ก่อน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันว่ากระบวนการต่างๆ ที่ได้เตรียมพร้อมไว้เป็นเรื่องของการเตรียมการสำหรับการรักษาพยาบาล เพื่อพร้อมรับสถานการณ์ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน โดยนำสถานการณ์ด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาลมาเป็นตัวตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59950</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคลัง, ครม., พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c425a3dd3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีอี-ปอท.&#039;แถลงยิบรวบ&#039;กาณฑ์&#039; ยันโพสต์ทำนองนี้มาต่อเนื่อง คิวต่อไปคนแชร์โดนด้วย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท.และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.ร่วมแถลงผล&amp;ldquo;ปฏิบัติการปราบปรามเนื้อหาไม่เหมาะสม&amp;rdquo; สืบสวนปราบปรามผู้ที่เผยแพร่สื่อในเนื้อหาไม่เหมาะสม รวมถึงผู้ร่วมขบวนการบนสื่อออนไลน์และเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้อง โดยสามารถจับกุมนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1520/2562 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ข้อหาตามมาตรา 14(3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐาน &amp;ldquo;นำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ&amp;rdquo; จับกุมได้ที่บ้านพักในซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากปลายสัปดาห์ที่แล้วมีผู้ไม่หวังดีได้ก่อกระแสข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยการติดแฮชแท็กและโพสต์ข้อความเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊กอันจะสร้างความเกลียดชัง จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมหลักร้อยราย และแชร์โพสต์ต่อกว่า 50 ครั้ง ดังนั้น รมว.ดีอี จึงสั่งการให้ บก.ปอท. สืบสวนติดตามจนสามารถยื่นคำร้องขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ แต่ไม่มีเจตนากระทำผิด ซึ่งเมื่อตรวจสอบประวัติแล้วพบว่านายกาณฑ์ เคยโพสต์ในลักษณะที่เกี่ยวกับความมั้นคงมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งก็นับเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ยืนยันว่า ประเทศไทยมีเสรีภาพในการโพสต์ การแชร์หรือคอมเมนต์ แต่ต้องมีวิจารณญาณว่าเรื่องที่โพสต์ไปเป็นความจริงหรือไม่ และหากโพสต์ไปจะมีใครเสียหายหรือไม่ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่แชร์และคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวร่วมหลักร้อยนั้น จากนี้ก็จะพิจารณาว่าต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำหรือไม่ต่อไป และขอฝากเตือนว่าสำหรับประชาชนผู้ใดที่แชร์หรือส่งต่อข้อความลักษณะดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(5) ต้องระวางโทษเท่ากับผู้โพสต์หรือผู้นำเข้าสู่ระบบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการจับกุมนายกาณฑ์ โดยไม่มีหมายเรียกก่อน ถือว่ารุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ทั้งหน่วยงานรัฐและตำรวจ ได้ดำเนินการตามกฎระเบียบและขั้นตอนเพื่อขอศาลออกหมายจับ ซึ่งเราไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจศาลได้ ยืนยันว่าการจับกุมทุกครั้งต้องดำเนินการภายใต้ข้อมูลและข้อเท็จจริง ไม่ได้ตั้งเป้าใครเป็นศัตรูหรือใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน การที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดนั้นต้องทำตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากไม่มีหลักฐานก็จะดำเนินคดีไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า สำหรับศูนย์เฟคนิวส์นั้น เป็นเพียงหน่วยคัดกรองข่าวที่มีเนื้อหาไม่เป็นความจริง และอาจจะกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง ซึ่งปกติทางดีอีและ ปอท.ทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว โดยศูนย์เฟคนิวส์นั้น เมื่อได้รับแจ้งเบาะแสข่าวปลอมมา จะตรวจสอบภายใน2 ชั่วโมง ก่อนประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงต่อไป นอกจากนี้ ขอฝากร้านค้าร้านกาแฟต่างๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการ ต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไวฟายภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเตอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ไวฟายของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อป้องกันเมื่อมีเหตุอะไรแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องขอข้อมูลดังกล่าว โดยอาศัยความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ซึ่งดีอีได้หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปอท.แล้ว และหากไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47582</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, ดีอี, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c26c49ddee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
